HOME

กับดักดอกเบี้ย

เขียนโดย กมล กมลตระกูล   

Wednesday, 12 September 2007

     ดอกเบี้ยนั้นเหมือนกับไฟ ซึ่งคนโบราณสอนไว้ว่าอย่าไปเล่นกับมัน เพราะว่ามันจะลามไหม้มือ หรือ ที่ร้ายกว่านั้น คือ อาจจะลามไหม้ตัวเผาผลาญท่านให้กลายเป็นเถ้าฝ่าละอองธุลีใต้บาทของเจ้าหนี้ได้ง่ายๆ

      เมื่อเร็วๆนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศอนุมัติให้บรรดาธนาคารและบริษัทการเงินที่เป็นเจ้าของบัตรเครดิต ( ผู้ออกบัตรเครดิตให้ลูกค้า แต่ในทางกฎหมายธนาคารเป็นเจ้าของ และสามารถเรียกคืนหรือยกเลิกเมื่อไรก็ได้คิดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มจากลูกค้าจากร้อยละ 18 เป็น 20 

      ณ. วันนี้ลูกหนี้ทั้งหลายคงทะยอยได้รับข่าวดีจากธนาคารที่ท่านเป็นลูกหนี้ว่า บัดนี้เพื่อให้เป็นไปตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ธนาคารขอปรับดอกเบี้ยที่ท่านเป็นหนี้อยู่จากร้อยละ 18 เป็น 20 คือขอเพิ่มแบบมัดมือชกอีกร้อยละ 2 แล้วโยนความผิดให้(ธปท.) ขอความสุขความเจริญจงมีแด่ท่าน (เพื่อจะได้มีแรงทำงานหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ย)

      Imageวิธีการคิดอัตราดอกเบี้ยในโลกนี้ก็มีบรรทัดฐานสากล จะมาอ้างว่าเอาการคิดอัตราดอกเบี้ยใต้ดิน ซึ่งฝรั่งเรียกว่า Loan shark มาเป็นฐาน หรือ เกณฑ์ ไม่ได้ 

      อัตราดอกเบี้ยใต้ดินในบ้านเรานั้นสุดโหด เพราะมีการคิดกันตั้งแต่วันละบาท ต่อ ร้อย หรือ 360% ต่อปี หรือ ร้อยละ 5 ต่อเดือน หรือ 60 % ต่อปี ในอเมริกามีกฎหมายควบคุม หากว่ามีการฟ้องศาลกันขึ้นมา เจ้าหนี้มีโทษต้องจ่ายค่าปรับสูง และต้องลดดอกเบี้ยลงในอัตราที่รัฐกำหนด ส่วนที่คิดเกินต้องใช้คืนลูกหนี้

      นั่นคือลูกหนี้มีสิทธิตามกฎหมายที่จะไม่จ่ายดอกเบี้ยในส่วนที่ถูกเจ้าหนี้คิดเกินกว่าที่กฎหมายเขียนไว้ อย่างไรก็ตามผมไม่ขอแนะวิธีนี้กับลูกหนี้ในเมืองไทย เพราะว่าราคาของลูกปืนในบ้านเราค่อนข้างถูกและหาง่ายครับ

      วิธีการคิดอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตในต่างประเทศ รัฐบาลหรือธนาคารกลางจะใช้อัตราดอกเบี้ยข้ามคืน ที่ธนาคารกลางให้ธนาคารพาณิชย์ยืม บางทีก็เรียกว่า อัตราดอกอาร์พี แล้วบวกเข้าไปอีก ร้อยละ 11-12 บางประเทศก็ยอมให้บวกได้ถึงร้อยละ 15 เนื่องจากเป็นหนี้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จึงต้องบวกความเสี่ยงไว้ค่อนข้างสูง 

      ผิดกับหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น อสังหาริมทรัพย์ จะบวกได้ไม่เกินร้อยละ 5

      ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของบัตรเครดิตในอเมริกาจึงอยู่ที่ประมาณ ร้อยละ 14.25 ส่วนในอังกฤษประมาณร้อยละ 15.45 สำหรับผู้ที่ไม่มีประวัติเสียในการชำระหนี้

      อัตราดอกเบี้ยข้ามคืนของธปท. อยู่ที่ประมาณ 2.75 ดังนั้นอัตราที่อนุมัติให้สถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตร้อยละ 20 จึงสูงกว่ามาตรฐานสากลอย่างมาก

      เรื่องข้างต้นยังไม่น่าเป็นห่วงเท่า กับดักหนี้ ของบรรดาสถาบันการเงินทั้งหลายซึ่งหากำไรจากการกินดอกเบี้ย ดังนั้นลูกหนี้จึงควรศึกษากระบวนการของ กับดักหนี้ นี้ตามกลยุทธ รู้เขารู้เรา รบร้อยศึกบ่พ่าย ของมหาปราชญ์ทางทหาร ซูนหวู่

      อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารบอกกับลูกหนี้ เช่น ร้อยละ 20 ต่อปี แต่ในความเป็นจริง ธนาคารบางแห่งสามารถใช้วิธีทางคณิตศาสตร์มาคิดซึ่งไม่ละเมิดกฎหมาย นั่นคือ เมื่อธนาคารกลางอนุมัติให้คิดดอกเบี้ยได้ร้อยละ 20 ตามหลักคณิตศาสตร์ 20.4999 % ก็ยังถือว่าเป็น ร้อยละ 20 ซึ่งไม่ละเมิดกฏที่ธนาคารกลางกำหนดไว้

     Image ไม่เพียงแค่นั้นในใบเรียกชำระเงิน หรือ ใบแจ้งหนี้มักจะกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องจ่าย ซึ่งอยู่ที่ ร้อยละ 3-5 ของยอดหนี้

      ถ้าหากว่าลูกหนี้ไม่เฉลียวใจ หรือคิดว่าตนฉลาดกว่าเจ้าหนี้ ก็จ่ายตามอัตราขั้นต่ำไปทุกเดือน โดยไม่สำนึกว่ารายได้หลักของสถาบันการเงิน คือ การหากินกับดอกเบี้ย ดังนั้นถ้ามีลูกหนี้ที่ดี ที่จ่ายตรงเวลา  ก็ต้องการรักษาลูกหนี้นี้ไว้ในนานที่สุด หรือตลอดชีวิต ถ้าหากว่าเป็นไปได้

      ถ้าหากว่าลูกหนี้ผ่อนจ่ายเงินตามอัตราขั้นต่ำตามใบแจ้งหนี้ (Statement) ก็อาจจะต้องผ่อนดอกเบี้ยไปตลอดชีวิตโดยที่เงินต้นไม่ได้ลดลงไปด้วย หรือ ลดลงไปเพียงเล็กน้อย ดังนั้นลูกหนี้จึงต้องทำพินัยกรรมยกหนี้ที่เป็นเงินต้นให้ลูกหลานทำงานผ่อนชำระต่อไป

      จะขอยกตัวอย่างดังนี้ หากว่าลูกหนี้บัตรเครดิตเป็นหนี้ธนาคารอยู่ที่ 20000 บาท และต้องผ่อนชำระขั้นต่ำร้อยละ 3 ต่อเดือน โดยธนาคารคิดดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อปี

      วิธีคิดดอกเบี้ยและเงินขั้นต่ำที่ต้องจ่ายประจำเดือนและระยะเวลาที่จ่ายชำระหนี้หมด มีตัวเลขดังนี้
      เงินต้น 20,000 
      ดอกเบี้ย 330.33 ( 20000*(1+20%/12)
      ยอดเงินชำระขั้นต่ำ  600 ( 3% ของเงินต้น)
      จ่ายเป็นเงินต้น   266.70
      จ่ายเป็นดอกเบี้ย   333.30
      ยอดหนี้คงเหลือ  19,733.33

      ถ้าหากว่าลูกหนี้จ่ายเงินตามตารางนี้ ก็ต้องใช้เวลา 15 ปี จึงจะจ่ายหนี้หมด โดยยอดเงินที่จ่ายไปทั้งหมดเท่ากับ 42,400 คิดเป็นดอกเบี้ย 22,420 ซึ่งมากกว่าเงินต้นอีก 2,420

      ถ้าหากว่าลูกหนี้รู้เท่าทันและมีวินัยการเงิน เมื่อได้อ่านคอลัมน์นี้แล้ว ก็ขอแนะนำดังนี้ คือ ทุกเดือนให้จ่ายเพิ่มสักร้อยละ 12 ของยอดชำระขั้นต่ำ หรือมากกว่า

      ในกรณีข้างต้น หากว่าลูกหนี้ผ่อนชำระเดือนละ 700 แทนที่จะจ่าย 600 เงิน 100 ที่ท่านจ่ายเพิ่มจะไปลดเงินต้นทุกเดือน ดังนั้นท่านจะจ่ายหนี้หมดภายใน 7 ปี มิใช่ 15 ปี คือหมดหนี้เร็วขึ้น 8 ปี

      ยอดเงินที่ผ่อนชำระทั้งสิ้นใน 7 ปี คือ 32,760 ,มิใช่ 42,400 ตามที่ธนาคารกำหนดมา

      นอกจากหมดหนี้เป็นเสรีชนเร็วขึ้น 8 ปีแล้ว ท่านยังประหยัดดอกเบี้ยให้เหลือเพียง 12,760 ประหยัดไปได้ อีกเกือบ 10000

      ;วิธีการนี้สามารถนำไปปรับใช้กับการผ่อนชำระหนี้ที่ถูกกฎหมายแบบลดต้นลดดอก ( การคิดแบบอื่นผิดกฎหมาย) ได้ทุกประเภท เช่น การผ่อนชำระเงินกู้ซื้อบ้าน ซึ่งจะทำให้ท่านเป็นเจ้าของบ้านได้เร็วขึ้น และจ่ายดอกเบี้ยน้อยลง

      ( ที่ต้องระวัง คือ เงินกู้ประเภทที่ผ่อนชำระแต่ดอกเบี้ย ซึ่งเงินกู้ประเภทนี้ คือ เงินกู้ที่ท่านต้องผ่อนชำระไปจนตาย แล้วเกิดใหม่ก็ยังต้องผ่อนต่อ)

      การจะทำเช่นนี้ได้ ท่านต้องมีวินัยการเงิน และเข้มงวดกับรายจ่ายที่มีอย่างไม่จำกัดในสังคมยุคบริโภค ที่มีการโฆษณาให้ท่านเกิดกิเลส อยากได้นั่น อยากได้นี่ อยากเปลี่ยนรุ่น อยากเปลี่ยนแบบ อยากเปลี่ยนแฟชั่นตลอดเวลา แต่รายได้กลับเป็นตรงกันข้าม คือ ไม่เปลี่ยนแปลงตามที่ท่านต้องการและมี จำกัดเสียจริงๆ 

 ขอความสุขความเจริญจงมีแด่ท่าน (เพื่อจะได้ไม่ต้องทำงานหนักหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ย) ครับ