|
หากศาลตัดสินแล้ว
เราควรติดต่อทนายโจทก์ว่าจะจ่ายอย่างไร
จะผ่อนชำระหรือจ่ายงวดเดียวก็แล้วแต่จะตกลงกัน
หากลูกหนี้เพิกเฉยไม่ติดต่อไป ไม่ยอมจ่ายเงิน หรือตกลงเรื่อง
การจ่ายเงินไม่ได้ทนายโจทก์ก็จะทำเรื่องขอยึดทรัพย์ หรืออายัดเงินเดือน
หากเจ้าหนี้รายแรกขออายัดเงินเดือนแล้ว
เจ้าหนี้รายที่สอง สาม
สี่...จะทำเรื่องขออายัดซ้ำ้ไม่ได้ ต้องรอคิว
ให้รายแรกอายัดครบก่อน
หรืออาจจะขอหารส่วนแบ่งเงินที่ถูกอายัดจากเจ้าหนี้รายแรกก็ได้
ถ้ารอก็จะรอได้ไม่เกินสิบปี หากเกินสิบปีก็
จะหมดอายุความ
.........................................................
เกณฑ์การอายัดเงินเดือนของกรมบังคับคดี
หากลูกหนี้เป็นข้าราชการ/ลูกจ้างประจำของข้าราชการจะไม่ถูกอายัดเงินเดือน
หากลูกหนี้เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง เป็นพนักงานบริษัท ฯลฯ
จะถูกอายัดเงินเดือน โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
1.
อายัดเงินเดือนขั้นต่ำ
30 %
***
ลูกหนี้เงินเดือนไม่ถึง
10,000
บาท ---
อายัดไม่ได้
***
ลูกหนี้เงินเดือนเกิน
10,000
บาท อายัดได้
30 %
แต่จะต้องเหลือเงินให้ลูกหนี้ใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า
10000
บาท
เช่น
-
ลูกหนี้เงินเดือน
9,500
บาท
ไม่ถูกอายัด
-
ลูกหนี้เงินเดือน
12,000
บาท ถูกอายัด
2,000
บาท
เหลือไว้ใช้จ่าย
10,000
บาท
-
ลูกหนี้เงินเดือน
15000
บาท ถูกอายัด
4500
บาท
เหลือไว้ใช้จ่าย
10,500
บาท
***หากลูกหนี้มีค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ
เช่นค่าเลี้ยงดูบุตร
ค่ารักษาพยาบาล สามารถนำหลักฐานไปขอลดหย่อนที่
กรมบังคับคดีเพื่อให้ลดเปอร์เซ็นต์การอายัดเงินเดือนได้
***
การอายัดเงินเดือนจะให้บริษัทนำส่งหรือลูกหนี้นำส่ง
กรมบังคับคดีเองก็ได้
2.
เงินโบนัส จะถูกอายัด
50 %
3.
เงินตอบแทนการออกจากงาน จะถูกอายัด
100 %
4.
เงินค่าตอบแทนต่างๆ / ค่าสวัสดิการต่างๆ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าที่พัก
ค่าน้ำ ค่าไฟ
ค่าตำแหน่ง
***
การถูกอายัดจะขึ้นอยู่กับว่าเจ้าหน้าจะสืบทราบหรือไม่และร้องขอต่อศาลว่าจะอายัดเท่าไหร่
5.
บัญชีเงินฝาก ---อายัดได้
6.
เงิน กบข --- อายัดไม่ได้
7.
เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ทำกับบริษัท
----อายัดไม่ได้
แต่ถ้าทำกองทุนต่างๆกับธนาคารต้องดูตามหลักเกณฑ์ของ
กองทุนว่าเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้หรือไม่และมีข้อห้าม
การบังคับคดีหรือไม่
ถ้าเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้และไม่มี
ข้อห้ามก็จะอายัดได้
8.
เงินค่าวิทยะฐานะ (ค่าตำแหน่งทางวิชาการ)
ถ้าเป็นข้าราชการจะไม่ถูกอายัด
แต่ถ้าเป็นสังกัดเอกชนจะถูกอายัด เพราะถือว่าเป็นเงินเดือน
9.หุ้น
---กรมบังคับคดีสามารถยึดใบหุ้นเพื่อขายทอดตลาดได้
หรือ ถ้ามีเงินปันผล
ก็จะทำเรื่องอายัดเงินปันผลได้
10.
เงินสหกรณ์
ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือพนักงานบริษัท
หากเจ้าหนี้สืบทราบว่าเป็นสมาชิกสหกรณ์ใด
สามารถอายัดเงินปันผล เงินเฉลี่ยคืน เงินค่าหุ้นสหกรณ์ได้
11.
ร่วมทุนกับผู้อื่นเปิดบริษัท
---หากผู้ร่วมลงทุนมีปัญหาถูกอายัดทรัพย์---กรมบังคับคดีจะอายัดเฉพาะส่วนที่เป็นทรัพย์สินของผู้ถูกอายัดเท่านั้น
ไม่ได้อายัดทั้งหมด อาจดูเฉพาะส่วนของเงินปันผล ใบหุ้นฯลฯ
ของผู้ถูกอายัด
---------------------------------------------
การถูกอายัดเงินเดือน
กรมบังคับคดีจะอายัด
30%
จากเงินเดือนเต็ม เช่น
15000
บาท ถูกอายัด
4500
บาท
จะเหลือเงิน ไว้ใช้จ่ายจ่ายภาษี ประกันสังคม ฯลฯ
10500
บาท
-------------------------------------------
การอายัดเงินเดือน
ลูกหนี้จะถูกอายัดจากยอดเงินเดือนเต็ม
หากลูกหนี้ผู้ถูกอายัดเงินเดือนมีภาระที่ต้องจ่ายเงินกู้ให้แก่
หน่วยงานอื่น
เช่นสหกรณ์ต่างๆ
ลูกหนี้จะต้องคำนวนดูว่าเงินเดือนที่เหลือจากการถูกอายัดมีเพียงพอ
ที่จะใช้จ่ายประจำวันตลอดเดือนและเหลือพอที่จะจ่ายเงินกู้คืนให้
สหกรณ์หรือไม่
หากไม่เพียงพอลูกหนี้ผู้นั้นควรจะเจรจากับทางสหกรณ์
หาทางลดหย่อนยอดเงินที่ต้องชำระคืนในแต่ละเดือนโดยอาจจะยืดระยะผ่อนชำระให้นานออกไป(ในกรณีที่ถูกหักบัญชีอัตโนมัติ)
หากลูกหนี้นำจ่ายเงินกู้คืนด้วยตนเองอาจใช้วิธีที่แนะนำไปแล้วหรือ
อาจจะหยุดจ่ายและให้ทางสหกรณ์ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายและอายัดเงินเดือนต่อไป
จะเลือกใช้วิธีใดก็ขอให้คำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับสหกรณ์นั้นๆด้วย
หากลูกหนี้ถูกอายัดเงินเดือนและถูกหักเงินกู้สหกรณ์แล้ว
ยังมีเงินพอใช้และเหลือเก็บบ้างก็ถือว่าไม่เป็นไรไม่ต้องกังวล
แต่หากถูกอายัดเงินเดือนและถูกหักเงินกู้สหกรณ์แล้วเงินเหลือไม่พอใช้จ่ายก็ควรหาทางแก้ไข
เพราะถ้าไม่แก้ไขมันอาจจะนำไปสู่ปัญหาการหมุนจ่ายแบบเดิมอีกรอบ
ทำให้แก้ไขปัญหาหนี้ไม่หมดสักที
นอกจากที่กล่าวมาทั้งสองวิธีแล้ว
1 .เจรจากับทางสหกรณ์
หาทางลดหย่อนยอดเงินที่ต้องชำระคืนในแต่ละเดือนโดยอาจจะยืดระยะผ่อนชำระให้นานออกไป(ในกรณีที่ถูกหักบัญชีอัตโนมัติ)
2.
อาจจะหยุดจ่ายและให้ทางสหกรณ์ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายและอายัดเงินเดือนต่อไป
(วิธีนี้อาจสร้างปัญหาให้กับสหกรณ์ได้)
ลูกหนี้ยังสามารถใช้วิธีที่3
คือ
3.ลูกหนี้สามารถนำยอดเงินที่ถูกหักจ่ายคืนให้สหกรณ์มาขอ
ลดหย่อนเปอร์เซ็นต์การอายัดเงินเดือนได้ (ขอลดหย่อนได้สูงสุด
50%
เท่านั้น)
หมายความว่า
ให้ลูกหนี้นำยอดภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ลูกหนี้ต้องจ่ายรวมทั้งเงินที่ต้องชำระคืนแก่สหกรณ์มารวมยอดและขอลดยอด
การอายัดเงินเดือน ไม่ให้กรมบังคับคดีอายัดเงินเดือนจาก
ยอดเต็มถึง 30
%
ตามที่กฎหมายกำหนดไว้
แต่ในการขอลดยอดการถูกอายัดจะขอลดยอดได้มากที่สุด คือ
50%
คือแทนที่จะถูกอายัดเงินเดือน
30%
ลูกหนี้จะถูกอายัดเงินเดือน
15 %
แทน
***วิธีที่สามนี้เป็นวิธีที่น่าทำที่สุด*** |