เปลี่ยนจากจัดสรรทรัพยากรสู่การทวีมูลค่าทรัพยากร

 

                บริษัทส่วนใหญ่ติดแต่ในเรื่องการจัดสรรทรัพยากรแต่ลืมที่จะทวีมูลค่าทรัพยากร  ซึ่งทรัพยากรในที่นี้หมายถึงทุกอย่างที่บริษัทเป็นเจ้าของ  อาทิ  ช่องทางการจำหน่าย  อุปกรณ์เครื่องจักร  Know how

                แนวคิดคือ  ถ้าเราสามารถทวีมูลค่าโดยตัวเราเองก็ทำด้วยตนเอง  แต่ถ้าทวีมูลค่าโดยตัวเองไม่ได้ก็ให้ผู้อื่นทวีมูลค่าทรัพยากรเราแทน  โดยเราเก็บผลประโยชน์จากผู้อื่น เช่น

                -ถ้าบริษัทเราเปิดร้านอาหารและขายดี  มีลูกค้ามากมายเพื่อเรามองลึกลงไป  แก่นแท้อาจจะเป็นเพราะเราทำอาหารอร่อยดังนั้น  เราก็อาจเปิดโรงเรียนสอนทำอาหาร  โดยทวีมูลค่า  Know how  การทำอาหาร

                -ถ้าบริษัทเราเป็นผู้ผลิตและส่งสินค้าเอง  เมื่อรถส่งของสินค้าของเรามักมีที่เหลือ  ก็ทวีมูลค่า  การขนส่งของเราโดยรับจ้างส่งสินค้าให้ผู้อื่นเพิ่ม

                -ถ้าเราเปิดโรงเรียนด้านช่างกลต่าง ๆ เราก็อาจเปิดอยู่ซ่อมรถยนต์  เครื่องจักรต่าง ๆ เพิ่ม  โดยเก็บค่าบริการซ่อมไม่แพง  อาจารย์เป็นผู้ควบคุม  จ้างเด็กนักเรียนมาเป็นช่างซ่อม  ใช้อุปกรณ์ของโรงเรียนเป็นการทวีมูลค่าเครื่องจักรและทรัพยากรบุคคลในโรงเรียน

 

วิธีปฏิบัติ

                1)  มองอย่างละเอียดว่าบริษัทเรามีทรัพยากรสิ่งใดบ้างทั้งที่เป็นทรัพยากรจับต้องได้  และจับต้องไม่ได้

                2)  เริ่มจากพิจารณาว่าทรัพยากรเราแต่ละสิ่งสามารถทวีมูลค่าโดยวิธีใดบ้าง  และเกิดผลเช่นใด

                3)  พิจารณาถ้าเราให้ผู้อื่นทวีมูลค่าแทนแล้วเราเก็บผลประโยชน์บางส่วน  จะเป็นไปได้กรณีใดบ้างและเกิดผลเช่นใด

                4)  เปรียบเทียบข้อที่  และ  ตัดสินใจทรัพยากรใดที่เราควรทวีมูลค่าเอง  ทรัพยากรใดให้ผู้อื่นทวีมูลค่าแทน

 

ตัวอย่าง

บริษัทผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค

                -  มีทรัพยากรคือรถส่งของ  ทวีมูลค่าโดยใช้พื้นที่เหลือรับจ้างส่งเอง {20,000}

                -  มีทรัพยากรคือหน้าร้านขายของ  ทวีมูลค่าโดยรับฝากขายสินค้าที่พื้นที่เหลือหน้าร้าน  {40,000}

                -  มีทรัพยากรคือเครื่องจักรเหลือ  ทวีมูลค่าโดยรับจ้างทำ  OEM  {200,000}

-  มีทรัพยากรคือ Know how ทวีมูลค่าโดยติดต่อสถาบันอบรม เพื่อเปิดอบรมหลักสูตรระยะสั้นให้บุคคลทั่วไป{35,000}

( ในวงเล็บคือตัวเลขรายรับที่ได้เพิ่มจาการทวีมูลค่าทรัพยากร )

 

 

 

 

                                                                                                                                สัมฤทธิ์  ศรีสุวรรณรัตน์