วิกฤติของประเทศพัฒนา
เมื่อประเทศเจริญมากขึ้น บริษัทขนาดใหญ่ในประเทศกลายเป็นบริษัทข้ามชาติ พอเศรษฐกิจในประเทศขยายตัวมาก GDP มีการเติบโตที่สูง ทำให้เกิดเงินเฟ้อ เป็นผลให้ค่าจ้างในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการดำเนินงานของบริษัทสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยการผลิตสูงขึ้น ราคาขายสินค้าสูงขึ้นเป็นผลทำให้ความสามารถทางการแข่งขันด้านราคาน้อยลง โดยเฉพาะคู่แข่งที่มีฐานการผลิตในประเทศที่มีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่า(โดยส่วนใหญ่คือประเทศกำลังพัฒนา) ดังนั้นบริษัทเหล่านี้จึงมีความจำเป็นต้องย้ายฐานการผลิตไปยังนอกประเทศ เพื่อรักษาต้นทุนการผลิตให้ต่ำและผลประโยชน์อื่นๆ เช่นอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ ใกล้ตลาดผู้บริโภค ฯซึ่งเมื่อมีการย้ายฐานการผลิตจำนวนมาก จะเป็นผลทำให้การว่างงานในประเทศสูงขึ้น การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นน้อยลง(นอกจรากจะมีการโอนเงินกลับประเทศในจำนวนที่มากพอ) ดังเช่นที่เกิดในญี่ปุ่น ปัญหาลักษณะนี้น่าจะเป็นข้อบ่งชี้ถึงความสำคัญของ SME ต่อการแก้ปัญหาการว่างงานในประเทศ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เพราะSME มีความโน้มเอียงที่จะย้ายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศน้อยกว่าบริษัทขนาดใหญ่ ดังนั้นผู้บริหารประเทศควรจะสร้างความสมดุลระหว่างจำนวนบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศ กับจำนวน SME ในประเทศ ถ้าประเทศไหนมีSME จำนวนมากเมื่อบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศย้ายฐานการผลิต SME ในประเทศที่มีอยู่จะช่วยลดปัญหาการว่างงาน ปัญหาการเติบโตเศรษฐกิจได้ดีกว่าประเทศที่มี SME จำนวนน้อย
หมายเหตุ การสร้างความสมดุลระหว่างบริษัทขนาดใหญ่กับ SME ควรพิจารณา 3 แง่ คือ
-พิจารณาในแง่จำนวนบริษัท
-พิจารณาในแง่การเงินบริษัท(รายได้ , สินทรัพย์)
-พิจารณาในแง่จำนวนแรงงาน
สัมฤทธิ์ ศรีสุวรรณรัตน์